ข่าวเด็ดวันนี้

ทั้งโลกติดเชื้อโควิด-19 สะสมเกิน 20 ล้าน WHO เตือนไทยเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง

เว็บไซต์ Worldometers รายงานเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 11 ส.ค. 2563 ช่วงโดยประมาณ 09.00 น. ตามเวลาในไทย เจอมีผู้ป่วยติดเชื้อทั่วโลกกว่า 215 ประเทศรวมแล้วกว่า 20,247,575 ราย เสียชีวิต 738,701 ราย รักษาหาย 13,111,934 ราย

ข่าวเด็ดวันนี้

ประเทศที่พบรายงานผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 อันดับแรก เช่น

  1. สหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อโรค 5,251,446 ราย เสียชีวิต 166,192 ราย รักษาหาย 2,715,934 ราย
  2. บราซิล มีผู้ติดเชื้อโรค 3,057,470 ราย เสียชีวิต 101,857 ราย รักษาหาย 2,163,812 ราย
  3. อินเดีย มีผู้ติดเชื้อโรค 2,267,153 ราย เสียชีวิต 45,353 ราย รักษหาย 1,581,640 ราย

4.รัสเซีย มีผู้ติดเชื้อโรค 892,654 ราย เสียชีวิต 15,001 ราย รักษาหาย 696,681 ราย

  1. แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อโรค 563,598 ราย เสียชีวิต 10,621 ราย รักษาหาย 417,200 ราย
  2. เม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อโรค 485,836 ราย เสียชีวิต 53,003 ราย รักษาหาย 327,993 ราย
  3. เปรู มีผู้ติดเชื้อโรค 478,024 ราย เสียชีวิต 21,072ราย รักษาหาย 324,020 ราย

8.โคลัมเบีย มีผู้ติดเชื้อโรค 397,623 ราย เสียชีวิต 13,154 ราย รักษาหาย 221,485 ราย

9.ชิลี มีผู้ติดเชื้อโรค 375,044 ราย เสัยชีวิต 10,139 ราย รักษาหาย 347,342 ราย

  1. สเปน มีผู้ติดเชื้อโรค 370,060 เสียชีวิต 28,576 ราย

ข่าวเด็ดวันนี้

สำหรับประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 112 มีผู้ติดเชื้อ 3,351 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,160 ราย

เมืองไทยได้รับคำชมอย่าล้นหลามต่อนานาประเทศ ถึงการจัดการกับโควิด-19 ที่พวกเราเองสามารถควบคุมแล้วก็หยุดการแพร่ระบาดภายในประเทศเอาไว้ได้ หลักฐานชิ้นสำคัญเป็นไม่เจอการแพร่ระบาดในประเทศติดต่อกันมานานถึง 77 วันแล้ว

โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสำหรับในประเทศไทยแต่ละวัน จะมีเพียงแค่จำนวนผู้ติดเชื้อในหลักหน่วยที่เป็นฝูงคนที่เดินทางมาจากเมืองนอกเพียงแค่นั้น ซึ่งทำให้โลกได้เห็นว่าไทยเอง “เอาอยู่” กับเหตุการณ์โควิด ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากภาครัฐที่ใช้มาตรการคุมเข้ม แต่จำนวนมากของความสำเร็จเป็นความร่วมมือของคนประเทศไทย

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ถอดบทเรียนเรื่องนี้ จากการที่ทีมจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงองค์กรระหว่างชาติ และสถาบันในประเทศ ถกกันถึงมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันควบคุมโควิด-19 ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าโลกดูไทยประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานด้านนี้ อีกทั้งการตรวจจับการตรวจจับเหตุที่รวดเร็ว การทำงานบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆหลายภาคส่วน การสื่อสารที่มีคุณภาพ เกรดที่เราได้รับเป็น “ก็ดีแล้ว” แต่ดังนี้ ต้อง “ดีกว่าเดิม”

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า 20-24 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา เมืองไทยร่วมการถอดบทเรียนการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 โดยทีมจาก WHO หน่วยงานระหว่างชาติ และก็สถาบันในประเทศ ใน 9 เสาหลักสำคัญต่อการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 โดยมีผู้แทนของไทยร่วมกว่า 100 คนจากทุกภาคส่วน ซึ่งไทยนับว่าเป็นประเทศแรกของโลกที่ร่วมการถอดบทเรียนนี้ ผลของการถอดบทเรียนของเมืองไทยพบว่า ไทยสามารถปฏิบัติการป้องกันควบคุมโรคโควิด 19 ได้อย่างดีเยี่ยมแล้วก็ได้รับคำชื่นชมจากทีมผู้วิเคราะห์ เช่น การร่วมแรงกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และก็องค์กรต่างๆซึ่งมองเห็นได้จากการร่วมมือสำหรับเพื่อการเฝ้าระวังโรคในผู้เดินทางจากต่างแดนในสถานที่กักกันของเมืองไทย การเเลกเปลี่ยนข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลทางห้องปฏิบัติการ ข้อมูลผู้เดินทาง ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมืองไทยสามารถตรวจค้นสถานการณ์ผิดปกติได้เร็ว ทำให้สามารถตรวจผู้ป่วยตามนิยามฯ และก็ผู้เจ็บป่วยยืนยันรายแรกของเมืองไทยได้ มีการปรับปรุงนิยามคนเจ็บตรงเกณฑ์สอบสวน การคัดเลือกกรองผู้เดินทางที่ด่านท่าอากาศยานในระยะเเรกเเละขยายสู่ท่าเรือ เเละด่านช่องทางเข้า-ออกระหว่างชาติ

และยังรวมไปถึงการเฝ้าระวังในชุมชนเเละโรงพยาบาลโดยเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เเละทีมสอบสวนโรคของทุกพื้นที่จำนวนกว่า 1,000 ทีมที่มีความพร้อมสำหรับการลงพื้นที่สำหรับเพื่อการสอบสวนโรค ทำให้ไทยควบคุมการแพร่ระบาดได้ การสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชนผ่านเครือข่ายสื่อสาธารณะในหลายช่องทางที่ชัดเจน สม่ำเสมอเเละเป็นแนวทางเดียวกัน พร้อมกับการสำรวจพฤติกรรมเเละทัศนคติของประชากรทั่วราชอาณาจักร เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรการเเละปรับการสื่อสารที่ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น การดูเเลจัดการ เเละปรับปรุงประสิทธิภาพของสถานพยาบาล เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน โดยได้ปรับปรุงแนวทางเเละการจัดเตรียมสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ เวชภัณฑ์ให้เพียงพอและพร้อมใช้งานได้ทันที

นายเเพทย์กาญจน์ชัย กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าเมืองไทยจะได้รับคำชื่นชมในหลายหลักสำคัญของแต่ละเสาหลัก แม้กระนั้นก็ยังมีข้อความสำคัญที่ไทยจำเป็นต้องปรับปรุงเพื่อรองรับเหตุการณ์การระบาดที่อาจจะมีการเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเรื่องข้อบังคับที่มีอยู่เเล้ว ควรต้องมีการทวนเเละปรับปรุงให้ครอบคลุมเยอะขึ้น การพัฒนาเเละรวมระบบบริหารจัดแจงศูนย์กลางด้านข้อมูล เช่น ผลทางห้องทดลอง รายงานการเฝ้าระวังสอบปากคำโรค ข้อมูลทรัพยากรทางด้านการแพทย์รวมทั้งข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่องให้เป็นฐานเดียวกัน เพื่อกำเนิดสมรรถนะสำหรับเพื่อการจัดแจงได้อย่างมากสุดโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในดำเนินการนี้ด้วย รวมทั้งการขยายรวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนโรคให้มากขึ้น เพื่อรองรับการระบาดระลอกสองที่อาจมีขึ้น แล้วก็โรคเกิดใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ทีมจาก WHO องค์กรระหว่างชาติ และสถาบันในประเทศ ยังให้ข้อเสนอแนะอีกว่าประเทศไทยยังจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในกลุ่มเสี่ยงที่มีภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ คือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กเล็ก และกลุ่มเปราะบางให้ได้รับการดูแลที่ครอบคลุมและก็ทั่วถึง ปัจจุบันการทำงานของไทยมีความเกี่ยวพันกับหลายส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพภายใต้ภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งโรคอื่นๆให้กับประชาชนที่อยู่ในประเทศ ทั้งนี้ ความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรนอกภาครัฐ รวมทั้งประชาชนทุกคนยังเป็นสิ่งที่จำเป็นในการปกป้องควบคุมโรค ความสำเร็จที่ไทยสามารถควบคุมการระบาดได้นั้น เกิดได้จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน ไม่สามารถขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปได้

Instagram
VK